หลายแบรนด์พยายามทำคอนเทนต์ให้ตลกเพื่อให้คนหยุดดูครับ แต่ความจริง “ความตลก” ไม่ใช่คำตอบเสมอไป บางธุรกิจไม่ถนัดเล่นมุก บางแบรนด์ถ้าตลกมากไปกลับดูไม่เข้ากับภาพลักษณ์ และบางครั้งมุกก็พาให้คนจำแต่ความขำ ไม่จำแบรนด์ด้วยซ้ำ การตลาดที่ทำให้คนยิ้มและจำได้จริง ๆ คือการทำให้เขารู้สึกดี รู้สึกถูกเข้าใจ และเห็นภาพชัด จนเกิดรอยยิ้มแบบพอดี ๆ แล้วแบรนด์ติดอยู่ในหัวโดยไม่ต้องฝืนครับ
คนยิ้มเพราะ “โดนใจ” ไม่ใช่เพราะขำเสมอไป
รอยยิ้มที่ทำให้คนจำแบรนด์มักมาจากความรู้สึกว่า “ใช่เลย” ครับ เช่น ประโยคที่พูดแทนความคิดเราได้พอดี หรือเล่าเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เราเคยเจอเหมือนกัน เช่น “เปิดหลายแท็บเทียบราคา แล้วสุดท้ายยังไม่กล้าซื้อ” หรือ “เซฟไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยดู… แล้วก็ลืม” คนยิ้มเพราะมันจริง และมันทำให้เขารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจเขา ไม่ได้พยายามเล่นใหญ่ให้ไวรัลครับ
ใช้ความน่ารักแบบมีสไตล์ ด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ และน้ำเสียงที่เป็นคน การทำให้คนยิ้มโดยไม่ต้องตลก มักอยู่ที่น้ำเสียงครับ พูดเหมือนคนคุยกัน ไม่เหมือนโฆษณา และใส่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีชีวิต เช่น เบื้องหลังการทำงานที่จริงใจ ประโยคปลอบใจลูกค้าที่ลังเล หรือการเล่าข้อผิดพลาดแบบเบา ๆ ว่า “เราเคยพลาดตรงนี้เหมือนกัน” ความน่ารักแบบนี้ทำให้คนรู้สึกอบอุ่น และจำแบรนด์ได้เพราะความรู้สึกดีครับ
ทำให้คนจำได้ด้วย “ประโยคซิกเนเจอร์” ที่พูดซ้ำในหลายสถานการณ์
แบรนด์ที่คนจำได้มักมีประโยคที่เป็นเอกลักษณ์ครับ ไม่ต้องเป็นสโลแกนใหญ่ แค่เป็นประโยคสั้น ๆ ที่พูดซ้ำจนคนคุ้น เช่น “ไม่ต้องรีบ แต่อย่าหายไป” หรือ “เริ่มแบบเสี่ยงน้อยก็ได้” หรือ “คุยแล้วไม่ต้องฝืน” พอคุณใช้ประโยคซิกเนเจอร์ในหลายโพสต์ คนจะเริ่มจำได้เองว่าโทนนี้คือคุณ และทุกครั้งที่เขาเห็น เขาจะยิ้มแบบคุ้นเคยครับ
การตลาดที่ไม่ต้องตลกแต่ทำให้คนยิ้มและจำได้ คือการทำให้คนรู้สึกโดนใจจากความจริงเล็ก ๆ ใช้น้ำเสียงที่เป็นคนและอบอุ่น และมีประโยคซิกเนเจอร์ที่พูดซ้ำอย่างสม่ำเสมอครับ เมื่อคนยิ้มเพราะรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจ เขาจะจำแบรนด์ได้จากความรู้สึกดี ไม่ใช่จากมุกที่ผ่านไปแล้วผ่านไปเลย และนั่นคือความจำที่พาไปสู่การซื้อและการกลับมาเองครับ



