Tech

บ้านประหยัดพลังงานด้วย Green Tech ติดโซลาร์เซลล์ร่วมกับแบตเตอรี่คุ้มทุนในกี่ปี

ในยุคที่ค่าไฟฟ้าผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ การเปลี่ยนบ้านให้เป็น Smart Green Home ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือทำเพื่อความเท่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปค่ะ แต่มันคือการวางแผนทางการเงินระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่ง

เมื่อก่อนเราอาจจะคุ้นเคยกับการติดโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟตอนกลางวัน แต่ปัญหาคลาสสิกของมนุษย์เงินเดือนคือ “กลางวันไม่อยู่บ้าน กลางคืนกลับมาเปิดแอร์ฉ่ำ ๆ” ทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ตอนเที่ยงเสียทิ้งไปเปล่า ๆ หรือขายคืนรัฐได้ในราคาที่ถูกแสนถูก

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ (Energy Storage System) ได้เข้ามาอุดรอยรั่วนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เราสามารถเก็บแดดตอนเที่ยงมาเปิดแอร์ตอนเที่ยงคืนได้ คำถามสำคัญที่ทุกคนอยากรู้คือ “ลงทุนเพิ่มอีกเป็นแสน จะคุ้มทุนจริงไหม”

ทำไมแค่โซลาร์เซลล์ถึงไม่พออีกต่อไป

ระบบโซลาร์เซลล์แบบดั้งเดิม (On-grid) มีข้อจำกัดใหญ่คือผลิตไฟได้เฉพาะตอนที่มีแดดค่ะ สมมติว่าคุณติดตั้งระบบ 5kW ผลิตไฟได้เต็มที่ช่วง 10 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมง แต่ช่วงเวลานั้นคุณออกไปทำงาน ที่บ้านมีแค่ตู้เย็นทำงาน ไฟที่เหลือเฟือจะไหลย้อนกลับเข้าระบบการไฟฟ้า (ซึ่งขายคืนได้หน่วยละ 2 บาทกว่า ๆ) แต่พอคุณกลับบ้านตอน 1 ทุ่ม คุณต้องซื้อไฟจากการไฟฟ้าในราคาหน่วยละ 4-5 บาท (หรือแพงกว่านั้นถ้าเป็นช่วง Peak)

การมี แบตเตอรี่ เข้ามาในสมการ จะช่วยเปลี่ยนบ้านคุณให้เป็นระบบ Hybrid ค่ะ หน้าที่ของมันคือเป็น “เขื่อนกักเก็บพลังงาน” ไฟที่เหลือตอนกลางวันจะไม่ถูกขายทิ้งถูก ๆ แต่จะถูกเก็บใส่แบตเตอรี่ไว้ พอพระอาทิตย์ตกดินปุ๊บ ระบบจะดึงไฟฟรีจากแบตเตอรี่มาจ่ายให้แอร์ ทีวี และตู้เย็นของคุณทันที ทำให้คุณแทบไม่ต้องง้อไฟหลวงเลยตลอด 24 ชั่วโมง

Green Tech ปี 2026 แบตเตอรี่ถูกลงและฉลาดขึ้น

ข่าวดีของปีนี้คือ ราคาของแบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium-ion) และเทคโนโลยีใหม่อย่างโซเดียมไอออน (Sodium-ion) ปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 3-4 ปีก่อนค่ะ

นอกจากราคาที่ถูกลงแล้ว ระบบจัดการพลังงานในบ้าน หรือ HEMS (Home Energy Management System) ที่ใช้ AI เข้ามาควบคุมก็ฉลาดขึ้นมาก มันสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของคุณได้ว่า ช่วงไหนคุณใช้ไฟเยอะ หรือช่วงไหนค่าไฟแพง (กรณีใช้มิเตอร์ TOU) และจะสั่งการให้แบตเตอรี่ชาร์จหรือจ่ายไฟในจังหวะที่ประหยัดเงินที่สุดโดยอัตโนมัติ

ผ่าตัวเลขจุดคุ้มทุน (ROI) กี่ปีถึงยิ้มได้

มาถึงส่วนสำคัญที่สุดค่ะ เราจะลองคำนวณเปรียบเทียบระหว่างการติดโซลาร์เซลล์อย่างเดียว กับการติดพร้อมแบตเตอรี่ โดยอ้างอิงราคาตลาดและค่าไฟปี 2025 นะคะ

กรณีที่ 1 ติดโซลาร์เซลล์อย่างเดียว (On-grid 5kW)

  • เงินลงทุน ประมาณ 120,000 – 150,000 บาท
  • ประหยัดค่าไฟ ประมาณ 2,000 – 3,000 บาท/เดือน (เน้นใช้ไฟกลางวัน)
  • ระยะเวลาคืนทุน ประมาณ 4 – 5 ปี
  • จุดเด่น คืนทุนไวมาก แต่ประหยัดไฟได้แค่ช่วงกลางวัน

กรณีที่ 2 ติดโซลาร์เซลล์ + แบตเตอรี่ 5-10kWh (Hybrid)

  • เงินลงทุน ประมาณ 250,000 – 350,000 บาท (ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่)
  • ประหยัดค่าไฟ ประมาณ 4,500 – 6,000 บาท/เดือน (ครอบคลุมทั้งกลางวันและกลางคืน)
  • ระยะเวลาคืนทุน ประมาณ 6 – 7 ปี
  • จุดเด่น คืนทุนช้ากว่าเล็กน้อยเพราะเงินต้นสูง แต่หลังจากปีที่ 7 เป็นต้นไป คุณจะได้ใช้ไฟฟรีเกือบ 100% ไปตลอดอายุการใช้งาน (ซึ่งแผงอยู่ได้ 25 ปี แบตเตอรี่อยู่ได้ 10-15 ปี)

ความคุ้มค่าที่มากกว่าตัวเงิน

นอกจากเรื่องระยะเวลาคืนทุนแล้ว การมีแบตเตอรี่ให้ประโยชน์ทางอ้อมที่ตีเป็นตัวเงินได้ยากแต่มีค่ามหาศาลค่ะ

ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ในวันที่พายุเข้าหรือหม้อแปลงหมู่บ้านระเบิด เพื่อนบ้านไฟดับกันหมด แต่บ้านคุณยังมีไฟใช้จากแบตเตอรี่สำรอง ระบบ Hybrid สามารถทำงานเป็น Back-up Power ให้ตู้เย็นไม่ละลาย อินเทอร์เน็ตไม่ตัด และพัดลมยังหมุนได้

ช่วยโลกและเพิ่มมูลค่าบ้าน บ้านที่ติดตั้งระบบ Green Tech ครบวงจร จะมีมูลค่าประเมินสูงกว่าบ้านทั่วไป และขายต่อได้ง่ายกว่า เพราะเทรนด์ผู้ซื้อบ้านยุคใหม่มองหาบ้านที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนได้จริง

ถ้าคุณทำงานที่บ้าน (Work from Home) หรือมีคนอยู่บ้านตลอดวัน การติดแค่ โซลาร์เซลล์ระบบ On-grid ก็ยังถือว่าคุ้มค่าและคืนทุนไวที่สุดค่ะ

แต่ถ้าคุณคือมนุษย์ออฟฟิศที่ใช้ชีวิตกลางคืน หรือที่บ้านมีรถ EV ที่ต้องชาร์จตอนกลับบ้าน การลงทุนเพิ่มเพื่อติด ระบบ Hybrid พร้อมแบตเตอรี่ คือคำตอบที่จบกว่าค่ะ แม้จะคืนทุนช้ากว่านิดหน่อย (6-7 ปี) แต่แลกมาด้วยอิสรภาพทางพลังงานและการลดบิลค่าไฟได้เกือบศูนย์บาท ซึ่งในระยะยาว 20 ปี มันคือกำไรมหาศาลค่ะ